วัฒนธรรมร่วมของกลุ่มประเทศพุทธศาสนา

สงกรานต์ การละเล่นเย็นฉ่ำ วิถี วัฒนธรรมอันโยงใย

ประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่แบบไทย

130411H6N81240 543009-topic-ix-5

ประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่แบบไทย

เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ เป็นประเพณีที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความสนุกสนาน ความอบอุ่น และการเคารพซึ่งกันและกัน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างเด่นชัด โดยใช้น้ำเป็นสื่อในการเชื่อมสัมพันธไมตรี

ปัจจุบันแม้ไทยเราจะนับวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เป็นวันขึ้นปีใหม่แบบสากลนิยม แต่ลักษณะพิเศษและกิจกรรมที่คนในชุมชนได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญทำทาน การอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้ำ และการละเล่นรื่นเริงต่าง ๆ ล้วนทำให้ชาวไทยส่วนใหญ่ยังถือประเพณีสงกรานต์เป็นปีใหม่แบบไทย ๆ ที่เทศกาลแห่งความเอื้ออาทร เกื้อกูลผูกพันซึ่งกันและกัน

ช่วงเทศกาลสงกรานต์จะตรงกับวันที่ 13, 14 และ 15 เมษายนของทุกปี ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการต่อเนื่องกัน เพื่อให้ประชาชนที่ทำงานในต่างท้องที่ได้กลับไปยังถิ่นฐานของตน เพื่อไปร่วมทำบุญ เยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ บุพการี และเล่นสนุกสนานกับครอบครัว เพื่อนฝูง

คำว่า “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า ก้าวขึ้น ผ่าน หรือเคลื่อนที่ ย้ายที่ หมายถึง เวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งทุกๆเดือน เรียกว่า สงกรานต์เดือน ยกเว้นเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ เมื่อใดก็ตามจะเป็นสงกรานต์ปี และเรียกชื่อพิเศษว่า “มหาสงกรานต์” ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามคติพราหมณ์ โดยเป็นการนับทางสุริยคติ วิธีนับวันและเดือนโดยถือกำหนดตำแหน่งดวงอาทิตย์เป็นหลัก
การกำหนดนับวันสงกรานต์จึงตกอยู่ในระหว่างวันที่ 13, 14 และ 15 เมษายน ซึ่งทั้ง 3 วัน จะมีชื่อเรียกเฉพาะดังนี้ คือ
•วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า มหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ราศีเมษ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ผ่านการเข้าสู่ราศีอื่น ๆ แล้วจนครบ 12 เดือน
•วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า วันเนา หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าอยู่ราศีเมษ ประจำที่เรียบร้อยแล้ว
•วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือวันขึ้นศก คือวันที่เริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ การกำหนดให้อยู่ในวันนี้นั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าดวงอาทิตย์โคจรขาดจากราศีมีนขึ้นอยู่ราศีเมษแน่นอนแล้วอย่างน้อย 1 องศา

สงกรานต์เป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติมาเนิ่นนาน บรรพบุรุษได้กำหนดธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างชัดเจนสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ เป็นความงดงาม ซึ่งบ่งบอกถึงคุณลักษณะของความเป็นไทยอย่างแท้จริง เช่น ความกตัญญู ความโอบอ้อมอารี ความเอื้ออาทรทั้งต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ความสนุกสนานรื่นเริง เป็นต้น
•ก่อนวันสงกรานต์ เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล และ ต้อนรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มต้นในวันปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง กิจกรรมที่ทำได้แก่
– การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ข้าวของต่าง ๆ รวมทั้งสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น วัด ศาลา บริเวณชุมชน เป็น
– การเตรียมเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ไปทำบุญ รวมทั้งเครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีผ้าสำหรับไปไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรดน้ำขอพรด้วย
– การเตรียมอาหารในการไปทำบุญ ทั้งของคาว ของหวานที่พิเศษ ได้แก่ การเตรียมขนมที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของวันตรุษและวันสงกรานต์ นั่นคือ ข้าวเหนียวแดงสำหรับวันตรุษ และ ขนมกวนหรือ กาละแมสำหรับวันสงกรานต์
•ช่วงวันสงกรานต์ เมื่อถึงวันสงกรานต์ก็จะเป็นเวลาที่ทุกคนจะยิ้มแย้มแจ่มใส ทำใจให้เบิกบาน เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
– การทำบุญตักบาตรตอนเช้า หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด การทำบุญอัฐิ
– การสรงน้ำพระ มี 2 แบบ คือ การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร และการสรงน้ำพระพุทธรูป
1) การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร
จะใช้แบบเดียวกับอาบน้ำ คือ การใช้ขันตักรดที่ตัวท่าน หรือที่ฝ่ามือก็ได้ แล้วแต่ความนิยม หากเป็นการสรงน้ำแบบอาบน้ำพระจะมีการถวายผ้าสบง หรือถวายผ้าไตรตามแต่ศรัทธาด้วย
2) การสรงน้ำพระพุทธรูป
อาจจะจัดเป็นขบวนแห่หรือเชิญมาประดิษฐานในที่เหมาะสม การสรงน้ำจะใช้น้ำอบ น้ำหอม หรือน้ำที่ผสมด้วยน้ำอบ น้ำหอมประพรมที่องค์พระ
•การก่อพระเจดีย์ทราย จะทำในวันใดวันหนึ่งระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน โดยการขนทรายมาก่อเป็นเจดีย์ขนาดต่าง ๆ ในบริเวณวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วัดได้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างหรือถมพื้นต่อไป ถือเป็นการทำบุญอีกลักษณะหนึ่งที่ได้ทั้งบุญและความสนุกสนาน
•การปล่อยนกปล่อยปลา เป็นการทำบุญทำทานอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะ การปล่อยนกปล่อยปลาที่ติดกับดัก บ่วงให้สู่อิสระ หรือปลาที่อยู่ในน้ำตื้น ๆ ซึ่งอาจจะตายได้ หากปล่อยให้อยู่ในสภาพแบบเดิม
•การรดน้ำผู้ใหญ่หรือการรดน้ำขอพร เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ของครอบครัว หรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ การรดน้ำผู้ใหญ่อาจจะรดน้ำหรือรดเฉพาะที่ฝ่ามือก็ได้ ดังนั้น จึงควรมีผ้านุ่งห่มไปมอบให้ด้วย เพื่อจะได้ผลัดเปลี่ยนหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้ว
•การเล่นรดน้ำ หลังจากเสร็จพิธีการต่าง ๆ แล้ว เป็นการเล่นรดน้ำเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญาติมิตร โดยการใช้น้ำสะอาดผสมน้ำอบหรือน้ำหอม หรือจะใช้น้ำอบก็ได้ รดกันเบา ๆ ด้วยความสุภาพ
•การเล่นรื่นเริงหรือมหรสพต่าง ๆ เป็นการเชื่อมความสามัคคีและเพื่อความสนุกสนาน รวมทั้งยังเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป เช่น ลิเก ลำตัด โปงลาง หมอลำ หนังตะลุง ประเพณีปฏิบัติเหล่านี้อาจจะมีความแตกต่างกันออกไปบ้างตามแต่ละท้องถิ่น การยึดถือปฏิบัติอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ

ประเพณีสงกรานต์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

imagesCAKPSS34 imagesCA8JAH7K

ประเพณีสงกรานต์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ดินแดนที่ยังคงมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนจำนวนมากมาสัมผัส ด้วยการยึดถือและปฏิบัติในขนบธรรมเนียมอย่างเคร่งครัดเรื่อยมา จึงทำให้คลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาสัมผัสวัฒนธรรมสงกรานต์ลาวหรือกุดสงกรานต์ โดยมีขึ้น 4 วัน ระหว่างวันที่ 14-17 เมษายน ของทุกปี
โดยในวันที่ 14 เมษายน วันแรกนั้นจะเรียกว่า “วันสังขารล่วง” ชาวลาวจะทำความสะอาดบ้านเรือนเช่นเดียวกับชาวไทย แต่จะแตกต่างกันที่ช่วงเย็นนั้นจะมีการลอยกระทงริมแม่น้ำโขง ซึ่งภายในจะบรรจุผลไม้ ดอกไม้ ธูปเทียน ผมและเล็บของผู้ลอย เพื่อเป็นการอธิษฐานให้ทุกข์โศกโรคภัยลอยไปกับกระทง คล้ายๆกับประเพณีลอยกระทงของไทย
วันที่ 15 เมษายน วันที่สองนั้นเรียกว่า “วันเนา” ซึ่งช่วงเช้ามีการแห่รูปหุ่นเชิดปู่เยอ ย่าเยอ และสิงห์แก้ว สิงห์คำ ซึ่งเป็นเทวดาที่ชาวลาวให้ความนับถือ ช่วงบ่ายขบวนแห่ซึ่งนำโดยปู่เยอ ย่าเยอ ผู้เฒ่าผู้แก่ หัวหน้าหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ขบวนสงฆ์ นางสังขาร ขึ่สัตว์พาหนะบนรถแห่ ปู่เยอ ย่าเยอก็จะฟ้อนรำอวยพรลูกหลาน
วันที่ 16 เมษายน วันที่สามนั้นเรียกว่า “วันสังขารขึ้น” ซึ่งเป็นวันปีใหม่ ชาวลาวจะทำข้าวเหนียวนึ่งและขนมลูกกวาด พากันเดินขึ้นพูสี มีการโยนข้าวเหนียวลงป่าข้างองค์พระธาตุเป็นการให้ทาน ช่วงบ่ายก็จะมีขบวนแห่นางสังขาร และอัญเชิญศีรษะท้าวกบิลพรหมจากวัดเชียงทองไปยังววัดวิชุน
วันที่ 17 เมษายน วันที่สี่นั้นเป็นอีกวันสำคัญหนึ่งที่ชาวลาวจะอัญเชิญพระพุทธรูปคู่บ้านเมืองออกมาให้ชาวเมืองสรงน้ำ เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ก่อนอัญเชิญกลับไปประดิษฐ์สถานยังสถานที่เดิม

ประเพณีสงกรานต์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

11122

ประเพณีสงกรานต์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ประเพณีสงกรานต์ของชาวพม่าจะเรียกว่า “ตะจังเหย่ตะเบงบะแวด่อ” หรือเรียกสั้นๆว่า “เหย่บะแวด่อ” (เหย่ แปลว่า พิธีน้ำ , ส่วนบะแวด่อ แปลว่า เทศกาล)
ในช่วงสงกรานต์นี้ประเทศพม่าจะถือให้เป็นวันหยุดแห่งชาติ ซึ่งหยุดติดต่อกันยาวนานหลายวัน โดยจะจัดสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 14-16 เมษายน เหมือนกับประเทศไทย โดยในอดีตประเพณีสงกรานต์ของพม่านั้นมีเพียงการพรมน้ำในขันเงิน ใช้กิ่งมะยมจุ่มน้ำและพรมเพียงเบาๆเท่านั้น ต่อมาจึงได้เริ่มมีการสาดน้ำกัน เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2528 ชาวพม่าจะออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจนบางครั้งอาจเกินขอบเขตความพอดี แต่พม่าก็มีข้อกำหนดในการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเล่นน้ำแบบพิเรน การลวนลามผู้หญิง การทะเลาะวิวาท เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
ส่วนในวันที่ 17 เมษายน ชาวพม่าตั้งแต่เด็กไปจนกระทั่งคนหนุ่มสาวจะนุ่งโสร่ง ใส่ผ้านุ่งอย่างสวยงามเพื่อนำลูกขนมลอยน้ำ หรือม่งโลงเหย่บ่อ ขนมประจำเทศกาล พร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียนไปสักการบูชาเจดีย์ของแต่ละเมืองในเมืองพม่า แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของพม่า และชาวพม่ายังรักและหวงแหนวัฒนธรรมของตน

ประเพณีสงกรานต์ ราชอาณาจักรกัมพูชา

4201 4202

ประเพณีสงกรานต์ ราชอาณาจักรกัมพูชา

งานสงกรานต์ของชาวกัมพูชาจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งการเฉลิมฉลองจะเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-16 เมษายน และตามธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละวันมีดังนี้
วันที่ 14 เมษายน วันแรกของประเพณีสงกรานต์ จะถือเป็นวันมหาสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ เป็นวันแห่งการทำบุญตักบาตร มีการขนทรายเข้าวัด เพื่อก่อเจดีย์ทราย
วันที่ 15 เมษายน เป็นวันครอบครัว ลูกๆอาจให้เงินหรือซื้อเสื้อผ้าใหม่เป็นของขวัญให้พ่อแม่ ส่วนช่วงหัวค่ำจะช่วยกันก่อเจดีย์ทราย
วันที่ 16 เมษายน วันสุดท้ายของประเพณีสงกรานต์ จะมีการละเล่นรื่นเริงต่างๆ ที่นิยมกันมาก คือการโยนลูกบอลที่คล้ายๆกับการโยนสะบ้า การสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยจะเห็นได้ว่าจุดมุ่งหมายสำคัญของประเพณีสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นชาติใดๆก็ตาม คือเป็นการสนับสนุนให้ได้ใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี และการทำนุบำรุงศาสนาให้สืบไป

Categories: ประเพณีสงกรานต์, วัฒนธรรมร่วมของกลุ่มประเทศพุทธศาสนา | 2 ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

2 thoughts on “วัฒนธรรมร่วมของกลุ่มประเทศพุทธศาสนา

  1. สงกรานต์เอง เป็นประเพณีหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย บวกกับประเพณีโบราณตามท้องถิ่น ทำให้เกิดเอกลักษณ์ตามแต่ละท้องที่ ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือจะใช้น้ำเป็นสื่อ
    การใช้น้ำเป็นสื่อ เป็นคติ ที่สื่อ ถึงการขอ
    การรดน้ำ เป็นการขอ จากผู้ใหญ่ ให้ผู้ใหญ่ กรานต์ สิ่งดีๆให้
    บล็อคนี้ นำความรู้มาเสนอได้ดีครับ ครบถ้วนกระบวนความ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: